วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

♣ คณะที่หางานง่ายสุด ♣

10 อันดับคณะที่หางานง่ายสุด




อันดับ 10 รัฐศาสตร์ - 3.36%

อันดับ 9 การจัดการ - 4.33%

อันดับ 8 พยาบาลศาสตร์ - 4.81%

อันดับ 7 นิติศาสตร์ - 8.17%

อันดับ 6 การตลาด - 8.65%

อันดับ 5 วิศวกรรมศาสตร์ - 10.10%

อันดับ 4 คอมพิวเตอร์ - 10.10%

อันดับ 3 บริหารธุรกิจ - 12.02%

อันดับ 2 แพทยศาสตร์ - 18.75%

อันดับ 1 การบัญชี - 19.71%


โพสเมื่อ [ วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม 2553 เวลา 12:10 น.]

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ช็อกโกแลตดุแลตับ


นักวิจัยชาวสเปนค้นพบว่า ดาร์กช็อกโกแลตอาจกลายมาเป็นยารักษาโรคตับแข็งอย่างมีประสิทธิภาพได้ในอนาคต

โดยพวกเขาได้ทดลองให้ผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสุดท้ายรับประทาน ดาร์กช็อกโกแลตเป็นประจำหลังอาหาร และพบว่าผู้ป่วยมี ความดัน เลือดในช่องท้องและตับเพิ่มขึ้นหลอดเลือดที่เสื่อมสภาพในเซลล์ตับ จึงถูกฟื้นฟูและขยายตัว ทั้งนี้เป็นเพราะในผลโกโก้ที่นำมาผลิตช็อกโกแลตนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ หลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดและขยายหลอดเลือดนั่นเอง นับว่าเป็นการจุดประกายความหวังการรักษาโรคตับได้เป็นอย่างดี

นิตยสาร Health & Cuisine

วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อินโดฯ ละเมิดลิขสิทธิ์สูงสุดในเอเชีย "ไทย" ติดอันดับ 7


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศอินโดนีเซียได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีการละเมิดสิทธิ ทรัพย์สินทางปัญญาสูงที่สุดในเอเชีย

จากการจัดทำ แบบสำรวจของบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเมือง (เพิร์ค) เมื่อวันพุธ (25 สค.) ที่ผ่านมา หลังจากความพยายามครั้งล่าสุดของทางการอินโดนีเซีย ที่จะปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อนำประเทศก้าวไปสู่ความมีมาตรฐานในระดับนานาชาติ "สูญเสียแรงผลักดัน" โดยสิ้นเชิง
นายดอนนี่ เชโยปูตรา นายกสมาคมธุรกิจซอฟท์แวร์ของอินโดนีเซีย (บีเอสเอ) กล่าวว่า รัฐบาลควรเพ่งเล็งการกระทำของตนเอง เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อผู้ประกอบการรายเล็ก สิ่งที่เรายังบกพร่องก็คือ การขาดการปราบปรามที่เข้มงวดและการบังคับใช้กฏหมายที่ยังคงอ่อนแออยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ส่งผลกระทบน้อยกว่าเมื่อเทียบกับองค์กรหรือหน่วยงานใหญ่ๆ ซึ่งมักใช้วิธีการติดสินบน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม


บีเอสเอ กล่าวว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทซอฟท์แวร์ทั้งในและต่างประเทศ สูญเสียรายได้เป็นจำนวนกว่า 886 ล้านเหรียญสหรัฐ จากค่าจดทะเบียนที่สูญเสียไป โดยเมื่อปี 2009 พบว่า อินโดนีเซียอยู่ในอันดับที่ 12 ของ ประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในโลก


เพิร์ค ได้ทำการสำรวจชาวต่างชาติจำนวน 1,285 คน ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดยอินโดนีเซีย มีระดับคะแนนด้านการละเมิดลิขสิทธิ์สูงถึง 8.5 คะแนน โดยสิงคโปร์อยู่ในระดับสูงสุดของประเทศที่มีการละเมิดลิขลิทธิ์ต่ำสุด ด้วยคะแนน 1.5 ตามด้วยญี่ปุ่น 2.1 คะแนน, ฮ่องกง 2.8 คะแนน, ไต้หวัน 3.8 คะแนน และเกาหลีใต้ 4.1 คะแนน


ส่วนประเทศ เวียตนามอยู่ในอันดับรองสุดท้าย ที่ 8.4 คะแนน, จีน 7.9 คะแนน, ฟิลิปปินส์ 6.84 คะแนน, อินเดีย 6.5 คะแนน, ไทย 6.17 คะแนน และมาเลเซีย 5.8 คะแนน


ประเทศจีน ได้ตกในสถานะที่ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และ การใช้เทคโนโลยีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์โดยบริษัทขนาดใหญ่ ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป เพื่อแข่งขันในตลาดต่างประเทศ


ส่วนประเทศอย่างเวียตนาม, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย นั้นไม่มีขีดความสามารถในการสร้างความเสียหาย ได้เท่ากับบริษัทของจีน


โดยทางรัฐบาลอินโดนีเซีย ได้เคยกดดันให้สำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ถอดถอนอินโดนีเซียออกจากบัญชีรายชื่อ ประเทศที่ถูกจับตามองด้านการปกป้องการละเมิดลิขสิทธิ์มาแล้ว โดยอินโดนีเซียได้รับการถอดถอน เมื่อปี 2008 ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียก็ถูกรวมอยู่ในบัญชีรายชื่ออีกครั้ง หลังจากทางวอชิงตัน กล่าวหาว่า อินโดนีเซียไม่มีการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาที่เพียงพอ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติ ชน

ชาวพรหมพิราม ออกไล่ล่า"ตุ๊กแก"สร้างรายได้


ฮือฮาชาวพรหมพิราม เปลี่ยนวิถีชีวิตรับจ้าง หันมาเป็นพรานล่าตุ๊กแก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ


วันนี้ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านท่าสำโรง หมู่ 17 ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

พากันออกไล่ล่าหาตุ๊กแก และรับซื้อตุ๊กแกจากที่ต่าง ๆ เพื่อนำส่งขายสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 121 หมู่ 7 ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม พบนายสมัย หงส์ทอง อายุ 47 ปี และนางน้ำค้าง หงส์ทอง อายุ 47 ปี ภรรยา โดยเปิดรับซื้อตุ๊กแก เพื่อส่งขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้ออีกทอดหนึ่ง

นายสมัย กล่าวว่า ปกติมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และมาทราบข่าวจากทางโทรทัศน์ว่า มีการซื้อขายตุ๊กแกในราคาสูง

เพื่อส่งไปทำยายังประเทศมาเลเซีย จึงเริ่มศึกษาและพยายามติดต่อกับผู้ซื้อตุ๊กแก จนกระทั่งมีคนมาติดต่อรับซื้อในหมู่บ้าน จึงมีชาวบ้านอาชีพทำนาและรับจ้างทั่วไป พากันออกตามจับตุ๊กแกตามต้นไม้ ในช่วงเวลากลางคืน และรับซื้อจากชาวบ้าน เพื่อนำมาเลี้ยงให้เติบโตในกรง ที่ติดตั้งหลอดไฟล่อแมลงในยามค่ำคืน เพื่อให้แมลงมาเล่นไฟ และจะได้เป็นอาหารให้กับตุ๊กแก จนมีน้ำหนักตัวได้ขนาดตามที่พ่อค้ารับซื้อกำหนดไว้ โดยมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อตุ๊กแก น้ำหนักตัวตั้งแต่ 4 ขีดขึ้นไป โดยให้ราคาสูงถึง ตัวละ 4,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์ของตุ๊กแก

นายสมัย กล่าวต่อว่า ตุ๊กแกต้องมีสภาพสมบูรณ์ หางต้องไม่ขาด

เพราะถ้าหากขาดพ่อค้าจะไม่รับซื้อ ส่วนตุ๊กแกที่ตนรับซื้อจากชาวบ้านทุกไซซ์ทุกขนาด และให้ราคาตามน้ำหนัก โดยขนาดน้ำหนักไม่ถึง 3 ขีด รับซื้อในราคา 200 บาทต่อตัว ส่วนน้ำหนักไม่ถึง 2 ขีด รับซื้อในราคาตัวละ 50 บาท โดยตุ๊กแก ทั้งหมดตนจะเดินทางไปจับด้วยตัวเอง เพียงแต่ให้เจ้าของบ้านชี้จุดที่ตุ๊กแกอยู่ประจำให้เท่านั้น เพราะการจับต้องระมัดระวัง เมื่อไม่ให้ตุ๊กแกได้รับบาดเจ็บ เพราะอาจทำให้ตุ๊กแกเข็ด ไม่ยอมกินอาหาร เนื่องจาก ตุ๊กแกที่ซื้อมาทุกตัว จะต้องนำมาเลี้ยงเพื่อให้ตุ๊กแกมีน้ำหนักตามที่ต้องการ

นายสมัย กล่าวด้วยว่า หลังจากหันมารับซื้อตุ๊กแก และออกไล่ล่าหาจับตุ๊กแกตามสถานที่ต่างๆ สามารถจับตุ๊กแกขายไปแล้วกว่า20 ตัว

ทำให้มีรายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัวกว่า 2 หมื่นบาท จึงเห็นว่าการซื้อขายตุ๊กแกน่าจะเป็นสร้าง รายได้เลียงครอบครอบครัวได้ จึงหันมารับซื้อตุ๊กแกอย่างจริงจัง พร้อมเตรียมสร้างกรงขนาดใหญ่เปิดเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์ตุ๊กแกแห่งแรกของ จ.พิษณุโลกอีกด้วย.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เด ลินิวส์

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Australia

ประเทศออสเตรเลียตั้งอยู่ในเขต ซีกโลกใต้ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของไทย มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ความเป็นมิตร และสังคมที่มีหลากหลายวัฒนธรรม แต่ผู้คนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน นักเรียนสามารถเดินทาง และเรียนรู้ในสังคมที่เต็มไปด้วยผู้คนที่พูดภาษาอังกฤษ มีคนไทยกว่า 40,000 คน อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย มีร้านอาหารไทยกว่า 400 แห่งในซิดนีย์ และมีการเฉลิมฉลองประเพณีสงกราณต์และ ลอยกระทง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คนไทยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในออสเตรเลีย


ประเทศออสเตรเลียปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยและยังคงเป็นประเทศใน เครือจักรภพอังกฤษ มีสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถอลิซเบธเป็นประมุขของประเทศโดยแต่งตั้ง ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ปกครองประเทศ และมีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 รัฐด้วยกัน คือ นิวเซาท์เวลส์ วิคตอเรีย ควีนสแลนด์ เซาท์เทิร์นออสเตรเลีย เวสเทิร์นออสเตรเลีย และแทสมาเนีย และยังมีอีกสองเขตการปกครอง คือ เขตทางเหนือ (Northern Territiry) และเขตเมืองหลวงของประเทศ (the Australian Capital Territory)

รัฐบาลของ ออสเตรเลียแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ


  1. รัฐบาลกลาง มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ และเป็นผู้รับผิดชอบงานต่างๆภายในประเทศ
  2. รัฐบาลรัฐ มีผู้ว่าการรัฐเป็นผู้นำ โดยจะมีการปกครองตนเองและมีการออกกฎหมายสำหรับบังคับใช้ภายในรัฐ
  3. รัฐบาลท้องถิ่น รับผิดชอบโดยเทศบาล

การแบ่ง เขตการปกครอง


รัฐบาลสหพันธรัฐรับผิดชอบกิจการระดับประเทศ เช่น การป้องกันประเทศ การต่างประเทศ ส่วนรัฐบาลในระดับรัฐ ดูแลด้าน การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การบริหารสาธารณสุข การเกษตร การรักษากฎหมายภายในรัฐของตน และรัฐบาลระดับท้องถิ่น ดูแลสาธารณูปโภค การระบายน้ำ การขจัดของเสีย สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน





ประวัติศาสตร์


ในทวีปออสเตรเลียพบว่ามีประชากรเข้ามาอาศัยเมื่อประมาณ 40,000-50,000 ปี ที่แล้วโดยอพยพไปจากทวีปเอเชียและหมู่เกาะใกล้เคียง ภายหลัง จึงมีการอพยพคนจากทางยุโรบโดยเฉพาะจากประเทศอังกฤษเข้าไปอยู่อาศัย


การเมือง


เคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศสหราชอาณาจักรแต่ไม่มีการเปลี่ยน แปลงภายในประเทศมากนัก แต่ในภายหลังได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมี ประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลปกครองประเทศ


ภูมิศาสตร์


ออสเตรเลียมีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปร้อยละ 65 เป็นที่ราบสูง และตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและทุรกันดาร และมีขนาดทะเลทรายรวมกันใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกา ชาวออสเตรเลียเรียกดินแดนที่แห้งแล้งและทุรกันดารนี้ว่า "เอาต์แบ็ก" ประชากรออสเตรเลียส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกหลังเทือก เขาเกรตดิไวดิง ซึ่งแบ่งแยกชายฝั่งตะวันออกกับเขตเอาต์แบ็ก มีแม่น้ำสายสำคัญ ๆ อยู่ทางภูมิภาคตะวันออก ได้แก่ แม่น้ำดาร์ลิง แม่น้ำเมอร์เรย์ ส่วนตอนกลางของประเทศที่เรียกว่า "เขตเซนทรัลโลว์แลนด์" เป็นเขตแห้งแล้งที่สุด แม่น้ำลำธารต่าง ๆ อาจแห้งสนิทเป็นเวลาหลายปี


สภาพภูมิอากาศ


ประเทศออสเตรเลียตั้งอยู่ใต้เส้นศูนย์สูตร กว่าหนึ่งในสามของประเทศตั้งอยู่ในเขตร้อน และส่วนที่เหลือตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น อย่างไรก็ตามออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดกว้างใหญ่ จึงมีสภาพภูมิอากาศที่หลากหลายโดยทั่วไปแล้วอากาศจะเย็นสบาย แต่บริเวณที่ราบสูง ที่ราบในแทสมาเนีย และบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศมีอากาศหนาวเ็ย็น ส่วนภูมิอากาศทางตอนเหนือของประเทศนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับภูมิอากาศทั่วไป ในเขตเอเชียและแปซิฟิค


ฤดูกาลที่สำคัญ


ออสเตรเลียมี 4 ฤดู ดังนี้


  • ฤดูร้อน : เดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์
  • ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม
  • ฤดูหนาว : เดือนมิถูนายน ถึง เดือนสิงหาคม
  • ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนกันยายน ถึง เดือนพฤศจิกายน

จำนวนประชากร


ประเทศออสเตรเลียมีประชากรทั้งหมด 19 ล้านคน ส่วนมากอทศัยอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงใต้ และในแทสมาเนีย ซึ่งประมาณ 85% ของประชากรทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้หรืติดชายฝั่งทะเล ชาวออสเตรเลียใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการและดำเนินชีวิตแบบตะวันตก ประเทศออสเตรเลียเปรียบเสมือนบ้านของคนจาดทั่วทุกมุมโลก ประชากรประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดที่อาศัยในประเทศออสเตรเลียเป็นชาวต่างชาติ ทั้งจากเอเชีย ยุโรป อังกฤษ และ อเมริกา ปัจจุบันนี้ประเทศออสเตรเลียได้มีการติด ต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอย่างใกล้ชิด


วัฒนธรรม


เนื่องจากประชากรแต่เดิมส่วนใหญ่อพยพมาจากทวีปยุโรป จึงทำให้วัฒนธรรมเป็นแบบตะวันตก โดยเฉพาะแบบอังกฤษประชากรส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสต์

วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เตือนภัย ! สาวๆที่ชอบต่อเล็บ


สาวๆ คนไหนชื่นชอบการต่อเล็บเป็นชีวิตจิตใจ ต้องอย่าลืมมองข้ามความปลอดภัย และพึงระวังภัยเงียบที่เกิดจากการต่อเล็บเป็นพิเศษ เอาเป็นว่าไปติดตามกันเลยดีกว่าว่าเจ้าภัยเงียบนี้คืออะไร...

ภัย เงียบที่อาจเกิดขึ้นได้จากการต่อเล็บนั้น เป็นอันตรายที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เนื่องจากการต่อเล็บนั้นปัจจัยที่สำคัญได้แก่ “กาว” ซึ่ง ส่วนใหญ่มักจะใช้กาวที่ทำด้วยเมธิลเมธาครายเลต ซึ่งมีราคาถูก โดยจะมีลักษณะกลิ่นฉุน และเป็นพิษ อาจจะมีปฏิกิริยากับผิวหนังหรือทำให้เล็บเสียหายถาวรได้

อีกทั้งเมื่อกาวแห้งจะแข็ง ตัว และมักจะยึดติดกับเล็บจริงอย่างแน่นหนา จึงอาจทำให้เล็บฉีกได้เมื่อจะถอดออก บางครั้งเมื่อถอดเล็บปลอมไม่ออก ถึงกับต้องใช้ตะไบตัดออก ก็ยิ่งทำให้เล็บที่อยู่ข้างใต้เสียหายหนัก ซึ่งจะส่งผลถึงสุขภาพของเล็บได้ นอกจากนั้นกาว ซึ่งเป็นสารเคมีอาจถูกดูดซึมเข้าสู่เล็บ และอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อราหรือสะสมเชื้อราภายใต้เล็บ

รู้แบบนี้แล้ว เห็นทีสาวๆ ที่รักสวยรักงาม และชื่นชอบการต่อเล็บต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยกันบ้าง แล้วล่ะค่ะ...

รู้ทันภัย 'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'


รู้ทันภัย 'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'

ปลอมเบอร์โทรหลอกโอนเงิน!

"แก๊ง คอลเซ็นเตอร์”
กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในปัจจุบัน โดยหลายรายที่ ตกเป็นเหยื่อต่างสูญเงินไปกับกลโกงมากมายมหาศาล แต่เมื่อภาครัฐเร่งจับและให้ความรู้กับประชาชน
กลุ่มมิจฉาชีพกลับใช้อุบายในการปลอมเบอร์ของทางราชการหรือ ธนาคารเพื่อหลอกประชาชนให้หลงเชื่อ!!

การหลอกเหยื่อโดย ใช้การโทรฯผ่าน เครือข่าย “วีโอไอพี” โดยการปลอมเลขหมายหน่วยงานราชการและธนาคารเริ่มมีความแพร่หลายอย่างเห็นได้ ชัด ดังนั้นประชาชนควรมีความรู้เพื่อป้องกันตนเองจากกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้

ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มมีมานานแล้ว แต่มีการพัฒนารูปแบบการหลอกใหม่ ๆ ขึ้น ล่าสุดได้มีการนำระบบ “วีโอไอพี” ของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มาดัดแปลง ด้วยการป้อนข้อมูลเบอร์โทรฯของหน่วยงานราชการและธนาคาร เพื่อให้เลขหมายดังกล่าวไปปรากฏขึ้นบนจอมือถือของผู้รับ เพื่อให้ผู้รับไม่ได้ระวังตัวเนื่องจากเป็นเลขหมายของสถานที่ราชการ ในอีกกรณีหนึ่ง มิจฉาชีพจะโทรฯมาโดยไม่แสดงเลขหมายบนมือถือผู้รับ หรือเบอร์เลขหมายที่มีมากกว่าปกติเหมือนกับเบอร์โทรฯต่างประเทศโทรฯเข้ามา เพื่อไม่ให้เหยื่อโทรฯติดต่อได้ง่าย

“ระบบวีโอไอพี”
พัฒนาขึ้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารที่ มีราคาถูกลง โดยต้นสายสามารถคุยผ่านไมโครโฟนที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ไปยังปลายสายที่ เป็นคอมพิวเตอร์ด้วยกันหรือโทรศัพท์ปลายทาง โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการโทรฯจากต่างประเทศมาไทย เมื่อโทรฯมาจะมีผู้ให้ ใช้บริการในไทยเชื่อมต่อสัญญาณไปยังมือถือปลายสาย

การใช้วีโอไอ พีเพื่อหลอกลวงส่วนใหญ่ บรรดาแก๊งมิจฉาชีพจะใช้วิธีตั้งออฟฟิศขึ้นในต่างประเทศเพื่อที่จะโทรฯมาหลอก คนไทย ขณะเดียวกันคนต่างชาติก็มาตั้งออฟฟิศเพื่อโทรฯหลอกคนประเทศตนเองในไทย แก๊งเหล่านี้น่าจะเป็นเครือข่ายเดียวกัน ด้วยพฤติกรรมการหลอกและการทำงานมีความใกล้เคียงกัน

ดังนั้น ประชาชนทั่วไปไม่ควรโทรศัพท์ขณะกดเอทีเอ็ม เนื่องจากมิจฉาชีพจะหลอกเพื่อให้ไปกดเอทีเอ็มแล้วพูดให้เหยื่องง จนหลงเชื่อกดโอนเงินไปยังบัญชีคนร้าย หรือในบางกรณีคนร้ายเร่งเพื่อให้เหยื่อกดตามคำสั่งจนไม่ได้อ่านตัวอักษรบน ตู้ เอทีเอ็ม ไม่ว่าหน่วยงานใดก็ตามไม่มีนโยบายให้โทรศัพท์ไปด้วยกดเอทีเอ็มไปด้วย หากประชาชนเจอสถานการณ์ในกรณีดังกล่าวให้สังหรณ์ใจไว้ว่ากำลังถูกหลอก บางประเทศมีนโยบายไม่ให้โทรศัพท์ขณะกดเอทีเอ็มเพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเมื่อเข้าใกล้ตู้เอทีเอ็มจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

ใน บางกรณีเหยื่อก็หลงเชื่อมิจฉาชีพที่โทรฯมาโดย ใช้เบอร์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พอเหยื่อโทรฯกลับไปสอบถามก็พบว่า มีคนดังกล่าวอยู่ในหน่วยงาน แต่ไม่ได้คุยสาย พอหลังจากนั้นมิจฉาชีพจะโทรฯมาอีกครั้งแล้วให้เหยื่อโอนเงิน

หากหลงเชื่อโอนเงินไปแล้ว ควรเก็บสลิปที่ออกมา จากตู้เอทีเอ็มและโทรฯไปยังธนาคารเพื่อระงับการทำธุรกรรมภายใน 2-3 นาที หลังจากโอนเงิน ในอนาคตตำรวจและธนาคารควรมีเบอร์โทรฯกลางเพื่อแจ้งในการระงับการทำธุรกรรม และสืบหาตัวผู้กระทำผิดได้อย่างทันท่วงที

กลวิธีที่มิจฉาชีพนิยมนำมาหลอกเหยื่อคือ

1.โทรฯสุ่มโดยไม่เลือก โดยใช้คอลเซ็นเตอร์ ที่อัดเทปเกลี้ยกล่อม ให้เหยื่อกดต่อไปยังพนักงานแล้วทำการหลอกให้โอนเงิน

2.มิจฉาชีพจะทำ การโทรฯมาก่อนเพื่อหลอกให้ตอบคำถาม เช่น เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชีธนาคาร หลังจากนั้นจะมีอีกสายโทรฯมาบอกว่า โทรฯมาจากหน่วยงานต่าง ๆ และสามารถบอกเลขที่บัญชีธนาคารและชื่อจริงตามที่มิจฉาชีพรายแรกได้โทรฯมาสอบ ถามก่อนแล้วซึ่งพอเหยื่อได้รับสายที่สองจะหลงเชื่อเพราะรู้ข้อมูลส่วนตัว แต่แท้ที่จริงทั้งสองสายเป็นแก๊งมิจฉาชีพ!

“สิ่งที่ต้องเร่งทำ ตอนนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความรู้กับประชาชน และเตรียมเชิญผู้ให้บริการวีโอ ไอพีในไทยวางระบบเพื่อป้องกันการปลอมเบอร์โทรฯ โดยผู้ที่กระทำผิดมีโทษทางกฎหมายเกี่ยวกับการฉ้อโกง ซึ่งหากท่านตกเป็นเหยื่อควรแจ้งตำรวจเพื่อเร่งดำเนินคดี หรือโทรฯมาที่สายด่วน 1200 หรือสายด่วน 1155 และสายด่วน 1135 โดยจะมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง”

ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้อำนวยการโปรแกรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ให้ความเห็นตรงกันว่า เวลาโทรศัพท์ไม่ควรกดเอทีเอ็มเพราะไม่มีหน่วยงานใดให้โทรศัพท์ไปด้วยกดเอที เอ็ม ไปด้วย

ดังนั้นในเบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออก หนังสือเตือนให้ประชาชนและคนในหน่วยงานทราบ เนื่องจากถ้าตกเป็นเหยื่อไปแล้วย่อมสร้างความเสียหายต่อตนเอง การป้องกันด้วยการสร้างโปรแกรมป้องกันเบื้องต้นอาจต้องใช้เวลาและ ผู้ให้บริการต้องทำความเข้าใจกับผู้ใช้อย่างถี่ถ้วน

“วีโอไอพี เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ค่าใช้จ่ายต่ำ ซึ่งถ้าต้องการควบคุมพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพไม่ควรสร้างผลกระทบต่อผู้ใช้ บริการที่มีความจำเป็น จริง ๆ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมานั่งคุยกันเพื่อพัฒนาระบบไม่ให้มีการ ปลอมแปลงเบอร์”

อนาคตน่าจะมีการหลอกลวงโดยใช้ชื่อคนที่มี ชื่อเสียงมากขึ้น ซึ่งหากใครได้รับโทรศัพท์ที่อ้างว่า มาจากหน่วยงานและผู้ที่มีชื่อเสียงให้โอนเงินไม่ควรหลงเชื่อ!

ขึ้น ชื่อว่า “เทคโนโลยี” นอกจากจะมีคุณประโยชน์แล้วยังมีโทษ ดังนั้นประชาชนควรระแวดระวังเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไปของกลุ่ม มิจฉาชีพ.

วีโอไอพี คืออะไร?


วีโอไอพี (VoIP) ย่อมาจาก วอยส์โอเวอร์ไอพี (Voice over Internet Protocol) เป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือโครงข่ายอื่น ๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล สัญญาณเสียงจะถูกตัดแบ่งเป็นแพ็กเกจวิ่งผ่านไปบนโครงข่ายที่ใช้สำหรับการ สื่อสารข้อมูลทั่วไป แทนการใช้วงจรเฉพาะตามวิธีการสื่อสารในระบบโทรศัพท์แบบดั้งเดิม เปรียบได้กับการให้รถยนต์วิ่งแทรกกันได้ตามช่องว่างที่มีอยู่ของถนน แทนการให้รถยนต์คันเดียวจองถนนวิ่งแบบผูกขาด ข้อดีของวีโอไอพีก็คือการสามารถใช้โครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถให้บริการได้ในอัตราค่าบริการที่ถูกลงมาก

ในการใช้ บริการวีโอไอพี ผู้ใช้บริการจะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก่อน หลังจากนั้น สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า ซอฟต์โฟน และไมโครโฟนกับหูฟัง เพื่อพูดคุยกับปลายทางได้ ในปัจจุบัน มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า อะนาล็อกเทเลโฟน อะแด็ปเตอร์ เข้ามาแทนการใช้คอมพิวเตอร์ ต่อกับอินเทอร์เน็ต และใช้เครื่องโทรศัพท์อะนาล็อกที่ใช้งานตามบ้านหรือสำนักงานทั่วไปในการ โทรศัพท์แบบวีโอไอพีได้ ทำ ให้ได้รับความสะดวก และมีความรู้สึกไม่แตกต่างจากการใช้โทรศัพท์แบบดั้งเดิม

การใช้ งานวีโอไอพี สามารถใช้งานได้ทั้งในการโทรศัพท์ถึงปลายทางที่เป็นวีโอไอพีเช่นเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีการเก็บค่าบริการ แต่ทั้งสองข้างจะต้องออนไลน์พร้อมกัน หรือจะโทรฯไปยังปลายทางที่เป็นหมายเลขโทรศัพท์ปกติ ทั้งโทรศัพท์ประจำที่ หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ได้ ในกรณีนี้จะต้องมีการสมัครเป็นสมาชิกของบริการและชำระค่าบริการล่วงหน้า แต่ค่าบริการจะถูกกว่าการโทรศัพท์ปกติมาก.

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

ทีมวาไรตี้