วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552






"เพรียวพันธ์" ดับเครื่องชน น้ำตาคลอสุดทนถูกนักการเมืองรังแก สกัดไม่ให้รักษา การ ผบ.ตร. ทั้งที่อาวุโสสูงสุด เคยปฏิบัติหน้าที่ราชการแทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มาแล้วถึง 22 ครั้ง ลั่นเตรียมฟ้องศาลปกครอง นายกฯท้าให้ฟ้อง อ้างเหมาะสม "วิเชียร" มั่นใจอาวุโสถึง เป็นไปตามกฎหมาย "เทพเทือก" นัดประชุม ก.ตร. ลุ้นรื้อโผ เชื่อถูกต่อต้าน พัชรวาทส่งหลักฐาน ซีดีมัดผู้สั..

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552


+-+ต้นไม้ประจำจังหวัดนครปฐม+-+

ต้นจันทน์หอม
ชื่อพันธุ์ไม้: จันทน์หอม

ชื่อวิทยาศาสตร์: Mansonia gagei Drumm. วงศ์: STERCULIACEAE

ชื่ออื่น: จันทน์ จันทน์ชะมด จันทน์ขาว จันทน์พม่าถิ่นกำเนิด: ป่าดิบแล้งทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ที่สูงจากระดับ น้ำทะเล 200 – 400 ซ.ม.รูปร่างลักษณะ: เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูงประมาณ 10 - 20 เมตร - เปลือก ค่อนข้างเรียบสีเทาอมขาว เรือนยอดเป็นพุ่มค่อนข้างโปร่ง - ใบ เดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรี แกมรูปขอบขนานหรือแกมรูปไข่กลับ กว้าง 3-6 ซม. ยาว 8-14 ซม. ปลายใบแหลมโคนใบเว้า เบี้ยวเล็กน้อย ขอบใบเป็นคลื่นห่าง ๆ - ดอก เล็กสีขาวออกรวมกันเป็นช่อสั้น ๆ ตามปลาย กิ่งและตามง่ามใบ ออกดอกราว เดือนสิงหาคม - ตุลาคม - ผล รูปกระสวย กว้าง 0.5 - 0.7 ซม. ยาว 1 - 1.5 ซม. มีปีกรูปทรงสามเหลี่ยม หนึ่ง ปีกกว้าง 1 - 1.5 ซม. ยาว 2.5 - 3 ซม. ผลจะแก่ ธันวาคม - มกราคมสภาพที่เหมาะสม: สภาพดินแทบทุกชนิด แสงแดดจัด ชอบขึ้นตามดินแถบเขาหินปูน ขึ้น ในป่าดิบแล้ง ชอบขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ที่สูงจาก ระดับน้ำทะเล 200 - 400 เมตรการขยายพันธุ์: โดยการเพาะเมล็ด ประโยชน์: - เนื้อไม้ กระพี้ สีขาว แก่นสีน้ำตาลเข้ม ใช้ทำหีบใส่เสื้อผ้า เครื่องกลึง เครื่อง แกะสลัก ทำหวี ดอกไม้จันทน์ ธูป น้ำมัน - ไม้ที่ตายเองจะมีกลิ่นหอม หอมที่ได้จากการกลั่นชิ้นไม้ ใช้ปรุงเครื่องหอม และเครื่อง สำอาง ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ - เนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้กระหายน้ำและอ่อนเพลีย

****************************

***** มากินผักกันน้า*****

วัตถุประสงค์1. เพื่อให้เด็กวัยรุ่นมีความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการรับประทานผักผลไม้ต่ๆ

2. เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยรุ่นไทยหันมากินผักและผลไม้ให้มากขึ้น

วิตามินซี วิตามินเอ จะมีในพืช ผักและผลไม้มากที่สุดเนื้อสัตว์แทบจะไม่มีเลย
คนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยปัจจัย 4 ประการ คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค และที่คนทั่วไปดิ้นรนทำงานทุกวันนี้ก็เพื่อให้มีอาหารกิน จะได้มีแรงทำงาน แต่หลายคน ที่มีเหลือกินเหลือใช้ การดิ้นรนในการทำงานจึงมีจุดประสงค์ที่แตกต่างไป อาหารที่กิน ไม่เพียงแต่ทำให้มีแรงทำงานเท่านั้น แต่ยังทำให้ร่างกายแข็งแรง สามารถต่อต้านโรคภัยต่างๆ ได้ ถ้าได้รับพลังงานและสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการ ซึ่งก็ต้องกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
เด็กทุกคนได้รับการสอนจากคุณครูและท่องจำเป็นนกแก้ว นกขุนทองเกี่ยวกับอาหาร 5 หมู่ และยังจำติดมาจนโต แต่การนำสู่การปฏิบัติมักทำได้ไม่ดีนัก จึงมีปัญหาไม่กินผักไม่กินผลไม้กันขึ้น กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้เล็งเห็นความสำคัญสำคัญของการกินอาหาร เพื่อให้ได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอและทำให้ร่างกายแข็งแรง จึงได้พยายามหาแนวทาง แนะนำการกินอาหารเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง โดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาจัดทำ ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย คณะกรรมการประกอบด้วยนักวิชาการที่มีความรู้ และเชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการจากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมประชุม ระดมสมองเกือบ 2 ปี จึงได้ข้อสรุป และกำหนดข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยเรียกว่า " โภชนบัญญัติ 9 ประการ " และในข้อที่ 3 ของโภชนบัญญัตินั้นก็คือ กินพืชผักให้มากและกินผลไม้เป็นประจำ
พืช ผักและผลไม้ เป็นแหล่งของอาหารที่สำคัญที่ร่างกายควรจะได้รับ นั่นก็คือ วิตามินและแร่ธาตุ จากการวิจัยของคณะแพทย์พบว่า วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีมากในผลไม้ประเภทส้มผักใบเขียว ผลไม้สีเขียว-เหลือง มีส่วนป้องกันไขมันไปเกาะที่ผนัง ของเส้นเลือดและป้องกันมะเร็งได้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ทั้งพืชผักและผลไม้ตลอดทั้งปี สามารถจะเลือกกินได้ และมีราคาไม่แพงมากนัก การส่งเสริมให้กินพืช ผักและผลไม้เป็นประจำ จึงเท่ากับเป็นการป้องกันการเกิดโรคแทนการรักษาเมื่อเป็นโรค ซึ่งเท่ากับเป็นการลดค่าใช้จ่าย ในด้านสุขภาพได้ทางหนึ่ง นอกจากนี้พืช ผักและผลไม้ยังให้สารอื่นๆ เช่น ใยอาหาร ซึ่งช่วยในการขับถ่าย ทำให้ท้องไม่ผูก และยังดูดเอาคอเลสเตอรอลและสารพิษที่จะก่อให้เกิดมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย ทำให้ลดการสะสมสารพิษเหล่านี้ พืช ผักและผลไม้บางชนิดให้พลังงานต่ำ
การกินที่หลากหลายเป็นประจำ ไม่ทำให้อ้วน โรคอ้วนเป็นที่จะนำไปสู่ภาวะไขมันสูงในเลือดและทำให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือด และเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ การกินพืช ผักและผลไม้จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือด การไม่กินผัก ผลไม้เป็นการกินอาหารไม่ครบทั้ง 5 หมู่ สารอาหารที่ได้รับ ย่อมไม่ครบตามไปด้วย โดยเฉพาะวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร วิตามินบางตัวอาจจะได้ มาจากเนื้อสัตว์บ้าง เช่น วิตามินบี 1 บี 2 แต่วิตามินบางตัว เช่น วิตามินซี วิตามินเอ จะมีในพืช ผักและผลไม้มากที่สุด เนื้อสัตว์แทบจะไม่มีเลย จึงทำให้ขาดวิตามินดังกล่าวได้ ส่วนใยอาหาร
ถึงแม้จะไม่นับว่าเป็นสารอาหาร แต่ก็มีบทบาทและมีความสำคัญสำหรับร่างกายดังได้กล่าวมาแล้ว และใยอาหารมีมากเฉพาะในพืช ผักและผลไม้เท่านั้น การไม่กินผักและผลไม้ก็เท่ากับร่างกาย จะไม่ได้รับใยอาหารเลย ปัญหาของสุขภาพย่อมเกิดตามมาแน่ๆ การขาดสารอาหารไม่ได้ทำให้เกิดโรคหรือเกิดปัญหาต่อสุขภาพในทันทีทันใด เหมือนการได้รับเชื้อโรค แล้วทำให้เกิดการเจ็บป่วย แต่จะต้องมีการสะสมการขาดสารอาหาร เป็นเวลานานอาการจะค่อยเป็นค่อยไป จนถึงจุดหนึ่งจะแสดงอาการและความรุนแรงออกมา
จึงทำให้ไม่สนใจและไม่ใส่ใจต่อการกินอาหารของตนและไม่รู้สึกว่าความเจ็บป่วยเหล่านั้น เกิดจากอาหาร ซึ่งโรคที่เกิดจากอาหารนั้นเกิดได้ทั้งการได้รับมากเกินไป และได้รับน้อยเกินไป หรือการขาด ดังนั้นการไม่กินผัก และผลไม้ จึงทำให้เกิดปัญหาขาดสารอาหารได้ โดยเฉพาะวิตามิน แร่ธาตุและใยอาหาร เด็กๆ จะถูกพ่อ-แม่สอนให้กินผัก คนที่ไม่กินอาจจะมีสาเหตุหลายประการจนทำให้เกิดความฝังใจ และไม่ยอมกิน ประกอบกับไม่พยายามฝึกเมื่อโตขึ้น ก็เลยกินไม่ได้ ถ้าจะลองหัดกินก็ไม่ใช่เรื่องยาก
เอาผักที่สามารถกินได้บ้างมาทำอาหารที่ชอบ หรือเอาผักบางอย่างมาแฝงปนกับอาหารอื่นๆ เช่น ไข่ตุ๋น แทนที่จะใช้ไข่ล้วนๆ ลองเอาฝักทอง หรือแครอทหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ผสมลงไปในไข่ หรือจะเอาใบตำลึงใส่ลงไปนึ่งรวมกับไข่สักใบ สองใบ นอกจากจะทำให้ดูมีสีสันน่ากินแล้วยังได้สารอาหาร เพิ่มขึ้นอีก แม้จะได้ไม่มากนัก
แต่ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นหรืออาจจะเอาผักใบบางอย่าง เช่น ตำลึง ผักบุ้ง หอมใหญ่หั่นบางๆ มาลองชุบแป้งทอด จิ้มน้ำจิ้มไก่ หรือน้ำจิ้มสามรสกินเล่นเป็นอาหารว่าง เอาผลไม้บางชนิดมาทำเป็นยำ เช่น ยำส้มโอ หรือเอาหลายๆ ชนิดมาทำเป็นส้มตำผลไม้ ซึ่งเป็นอาหารที่กำลังเป็นที่นิยม ขณะนี้ก็ได้รสชาติที่แปลกไปอีกแบบหนึ่ง หรือเอาผลไม้มาทำขนม เช่น ทำวุ้นแล้วเอาลำไย เงาะ หรือกล้วยหอม มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ผสมในวุ้น ก็จะได้วุ้นผลไม้ ที่อร่อยอีกแบบหนึ่ง เป็นต้น
พืช ผักและผลไม้ มีประโยชน์และให้คุณค่าทางอาหารดังกล่าว ท่านยังจะรังเกียจ และปฏิเสธไม่ยอมรับสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของตนเองอีกหรือ ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มทำสิ่งดีๆ ให้แก่ชีวิตของตนเอง ฝึกกินทีละเล็ก ทีละน้อย ไม่ช้าก็กินได้ แล้วจะรู้สึกเสียดายว่าน่าจะกินผัก ผลไม้มานานแล้ว
ผักกินผลไม้กันน๊า

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คนแรกของโลก


.

ผู้ที่เชื่อว่าโลกกลม และเป็นผู้ค้นพบอเมริกาคนแรกเป็นชาวอะไร ค้นพบโดยวิธีใด (ชาวอิตาลี ชื่อ โคลัมบัส เป็นนักเดินเรือ พบอเมริกาโดยเดินเรือชื่อ ซานตามาเรีย)

. ผู้ที่เดินเรือรอบโลกสำเร็จเป็นคนแรก (เฟอร์ดินันท์ แมคเจลแลนด์ ชาวโปรตุเกส)
ผู้ค้นพบหมู่เกาะฟิลิปปินส์เป็นคนแรก (เฟอร์ดินันท์ แมคเจลแลนด์)
ผู้ค้นพบเกาะฮาวายเป็นคนแรก (กัปตันคุก นักเดินเรือชาวอังกฤษ)
นักท่องเที่ยวชาวเวนิชคนแรกที่เดินทางไปประเทศจีน สมัยพระเจ้ากุบไลข่าน คือ (มาร์โคโปโล)
นักเดินเรือคนแรกที่เดินทางไปถึงทวีปอเมริกา (อเมริโกเวสปุสชี)
ผู้ที่สามารถเดินทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปไปถึงอินเดียสำเร็จเป็นคนแรก (วาสโกดา กามา นักเดินเรือชาวฝรั่งเศส)
ผู้ที่สามารถเดินทางไปถึงเกาะออสเตรเลียเป็นคนแรก (จันสซ์ นักสำรวจชาวฮอลันดา)
ผู้ที่พบมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นคนแรก (บัลบัว นักสำรวจชาวสเปน)
ผู้ที่พบเม็กซิโกเป็นคนแรก (เฮอร์แมน โคเคอเตส ชาวสเปน)
ผู้ที่พบฟลอริดาเป็นคยแรก (ลีออน ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2064)
ผู้ที่พบคองโกเป็นคนแรก (เฮนลีย์ แสตนเล่ย์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่พบอียิปต์เป็นคนแรก (เจมส์ บรู๊ค ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ค้นพบขั้วโลกเหนือของแม่เหล็กอยู่ทางตอนเหนือของแคนนาดา (เจมส์ คล้าก รอสส์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2374)
ผู้ที่ค้นพบขั้วโลกใต้ของแม่เหล็กอยู่ทางตอนใต้ของ South Victoria (ดักลาส มอสัน ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2452)
ผู้ที่สำรวจขั้วโลกใต้สำเร็จเป็นคนแรก (โรลด์ อิมุนเสน ชาวนอรเวย์)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นคยแรก (ไมเคิล ฟาราเดย์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2374)
ผู้ประดิษฐ์รถแทร็กเตอร์เป็นคนแรก (เบนจามิน ฮอลด์ ชาวอเมริกา ในปี พ.ศ.2443)
ผู้ประดิษฐ์แบตเตอรี่เป็นคนแรก (อเล็กซานโดร โวลตา ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2342)
ผู้ประดิษฐ์สไลด์รูลเป็นคนแรก (ออเทรด ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2163)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำเป็นคนแรก (เจมส์ วัตต์ ชาวสก็อต ในปี พ.ศ.2312)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ไฟฟ้าเป็นคนแรก (ออตโต ฟอน กูริค ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2180)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกิโยตินเป็นคนแรก (อังตวนหลุย ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2335)
ผู้ประดิษฐ์ตะเกียงเจ้าพายุเป็นคนแรก (เชอร์ ฮัมฟรี เดวีย์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ที่ใช้ปรอททำเทอร์โมมิเตอร์เป็นคนแรก (กาเบรียล ดาเนียล ฟาเรนไฮต์ ชาวเยอรมัน)
ผู้ประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์เป็นคนแรก (กาลิเลโอ ชาวอิตาลี)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ใช้น้ำมันแก๊สโซลีนเป็นคนแรก (เดมเลอร์)
ผู้ประดิษฐ์ไฟฟ้า เครื่องบันทึกเสียง จานเสียง เป็นคนแรก (โทมัส อัลวา เอดิสัน ชาวอเมริกา)
ผู้ประดิษฐ์กลจักรรถไฟเป็นคนแรก (ยอร์จ สตีเฟนสัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์ลูกบอลลูนเป็นคนแรก (โยเซฟ และเอเตียน มองต์โกลฟิเอร์ ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2326)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องบินไอพ่นเป็นคนแรก (แฟรงค์ วิตเติล ชาวอังกฤษในปี พ.ศ.2480)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องบินเป็นคนแรก (สองพี่น้องตระกูลไรท์ คือ วิลเบอร์ ไรท์ และออร์วิล ไรท์ ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2446)
ผู้ประดิษฐ์เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินสี่เครื่องยนต์เป็นคนแรก (อิกอร์ อิวาน โนวิซซี คอร์สกี้ ชาวรัสเซีย ในปี พ.ศ.2482)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องกลไฟเป็รคนแรก (โรเบิร์ต ฟุลสตัน ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2350)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องส่งโทรเลขเป็นคนแรก ( แซมมวล มอร์ส ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2387)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องโทรศัพท์เป็นคนแรก (อเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบลล์ ชาวสก๊อต ในปี พ.ศ.2418)
ผู้ประดิษฐ์วิทยุเป็นคนแรก (มาร์โคนี ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2422)
ผู้พบไฟฟ้าในอากาศ และประดิษฐ์สายล่อฟ้า เป็นคนแรก (เบนจามิน แฟรงคลิน ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2295)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาเดินเรือเป็นคนแรก (ทอร์รา เชลลี ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2151-2190)
ผู้ประดิษฐ์เข็มทิศเป็นคนแรก (จอห์น แฮริสัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์แท่นพิมพ์สำเร็จเป็นคนแรก (วิลเลียม แคกซ์ตัน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์บารอมิเตอร์เป็นคนแรก (วิลเลียม ทอมสันเคลวิน ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์เลนส์พิเศษสำหรับภาพยนตร์จอกว้างแบบซิเนมาสโคปคือ (อังรี เครเตียน ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์กล้องและฟิล์มถ่ายรูปสำเร็จเป็นคนแรก (โทมัส เวดจ์วู๊ด ชาวอังกฤษ)
ชาติใดประดิษฐ์ตัวอักษรเป็นชาติแรกของโลก (อียิปต์)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องวัดเวอร์เนียร์คือ (ปีแอร์ เวอร์เนียร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์ตะเกียงบุนเสนคือ (โรเบิร์ต วิลเฮล์ม บุนเสน ชาวเยอรมัน)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาแดดเป็นคนแรก (อแน็ค ซิเมเดอร์ นักปรัชญาชาวกรีก)
ผู้ประดิษฐ์ฝนเทียมสำเร็จเป็นคนแรก (เออร์วิง แลงมัว ชาวอเมริกัน)
ผู้ประดิษฐ์กล้องโกดักเป็นคนแรก (ยอร์จ อีสต์แมน ชาวอเมริกา)
ผู้ให้กำเนิดการวัดด้วยหลาคือ (พระเจ้าเฮนรี่ที่ 1 แห่งอังกฤษ)
ผู้ให้กำเนิดการวัดด้วยฟุตคือ (พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์ปากกาสำหรับเขียนหนังสือคือ (แฮริสัน ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2323)
ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาไขลานคือ (เฮอร์ลิบ ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2020)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดคือ (คูเตนเบิร์ก ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2000)
ผู้ประดิษฐ์เรือเหาะเป็นคนแรก (กิฟฟาร์ด ชาวฝรั่งเศส)
ผู้ประดิษฐ์เครื่องดับเพลิงเป็นคนแรก (โจเซฟ บรามาส์ ชาวอังกฤษ)
ผู้ประดิษฐ์เหล็กกล้าจากเหล็กหล่อเป็นคนแรก (เฮนรี่ เบสเซมเบอร์ ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2399)
ผู้ประดิษฐ์เตารีดไฟฟ้าเป็นคนแรก (โรเบิร์ต แฮร์ ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2324)
ผู้ประดิษฐ์กระติกน้ำร้อน และกระติกน้ำแข็งเป็นคนแรก (เดวาร์ ชาวสก็อต)
ผู้ที่รู้จักคานงัด คานดีด เขากล่าวว่า "ถ้าข้าพเจ้าสามารถออกไปยืนนอกโลกได้ เขาสามารถใช้คานงัดโลก เขาสามารถใช้คานงัดโลกให้ กระเด็นได้" คือ (อาร์คี เมดิส)

คำขวัญประจำจังหวัด



*-* จังหวัดในภาคเหนือ *-*






จังหวัดเชียงราย
เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา
จังหวัดเชียงใหม่
ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์
จังหวัดน่าน
พระธาตุแช่แห้ง แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ เสาดินนาน้อย แอ่วดอยภูคา ผ้าลายน้ำไหล มะไฟจีนรสดี มีเครื่องเงินหลากหลาย เครื่องหวายน่าชม ส้มสีทองเมืองน่าน
จังหวัดพะเยา
กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม
จังหวัดแพร่
หม้อฮ้อม ไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้น้ำในงาม
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง
จังหวัดลำปาง
ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างให้ลือโลก
จังหวัดลำพูน
พระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม งามเทวี ศรีหริภุญชัย



*-* จังหวัดในภาคกลาง *-*





จังหวัดกำแพงเพชร
กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ
จังหวัดชัยนาท
หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดก ขาวแตงกวา
จังหวัดนครนายก
เมืองในผันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ
จังหวัดนครปฐม
ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า
จังหวัดนครสวรรค์
เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ
จังหวัดนนทบุรี
พระตำหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา วัดเก่านามระบือ เลื่องลือทุเรียนนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ
จังหวัดปทุมธานี
เมืองก๋วยเตี๋ยวเรือ กุ้งเต้น ส้มเขียวหวาน ลอนตาลสด
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา
จังหวัดพิจิตร
เมืองชาละวัน แข่งขันเรือยาว ข้าวเจ้าอร่อย ส้มท่าข่อยรสเด็ด หลวงพ่อเพชรรวมใจ
จังหวัดพิษณุโลก
พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกพลากตระการตา
จังหวัดเพชรบูรณ์
เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง
จังหวัดลพบุรี
วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์
จังหวัดสมุทรปราการ
ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม
จังหวัดสมุทรสงคราม
เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.๒ แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม
จังหวัดสมุทรสาคร
เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์
จังหวัดสระบุรี
พระพุทธบาทลือนาม แหล่งน้ำอุดม นมเนื้อมากมาย หลากหลายโรงงาน ถิ่นข้าวสารพันธุ์ดี มีมะม่วงรสเลิศ งามบรรเจิดธรรมชาติ
จังหวัดสิงห์บุรี
ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง
จังหวัดสุโขทัย
กำเนิดอักษรไทย งานใหญ่ลอยกระทง มั่นคงพุทธศาสนา พระแม่ย่ามิ่งเมือง อดีตรุ่งเรือง คือเมืองสุโขทัย
จังหวัดสุพรรณบุรี
สุพรรณบุรีเมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง
จังหวัดอ่างทอง
พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน
จังหวัดอุทัยธานี
อุทัยธานี เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ
เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก

*************************

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"สารขาว'' ความสวยที่มาพร้อมกับความตาย












*-*"สารขาว'' ความสวยที่มาพร้อมกับความตาย*-*




"สำหรับคนอยากขาว กลูตาไธโอนช่วยได้" "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผิวขาว ขาวขึ้นภายใน 1-2 เดือน" "ขาวผ่องอมชมพูเหมือนพริตตี้ ด้วยกลูตาไธโอนเพียว 100%" "อยากผิวสวยเหมือนดารา กลูตาไธโอน ช่วยคุณได้" "ผิวขาวสวยทั่วเรือนร่าง เห็นผลทันตาใน 3 วันด้วยกลูตาไธโอนแบบฉีด" ข้อความเหล่านี้ คือ โฆษณาชวนเชื่อที่มีอยู่จริงและมีอยู่มากในเว็บไซต์ ใบปลิว ที่ต่างก็อวดอ้างสรรพคุณสาร "กลูตาไธโอน" หรือที่วัยรุ่น ชาวมหาวิทยาลัยเรียกสั้นๆ ว่า "สารขาว" ว่า มีคุณสมบัติทำให้ผิวขาวนวลผ่องเป็นยองใยเหมือนดารา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว สารชนิดนี้ถูกคิดค้นเพื่อใช้รักษาโรคมะเร็งตับ ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก กลูตาไธโอน ตกเป็นข่าวครึกโครมมาแล้วครั้งหนึ่งจากกรณีคลินิกเสริมความงามชื่อดังหลาย แห่งมีการนำมาใช้และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกประกาศเตือน ว่า ยังไม่มีการอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน พร้อมทั้งให้ข้อมูลด้วยว่าการฉีดสารดังกล่าวถือว่าเสี่ยงอันตรายมาก เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้ยาถึงขั้นช็อกและเสียชีวิต รวมทั้งเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม คือ มีการโฆษณาเหมือนเดิม และมีการใช้เหมือนเดิม ตู่" นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและอดีตพนักงานเชียร์สินค้า เล่าให้ฟังว่า การกินยาที่ทำให้ผิวขาวมีกระแสมานานแล้ว โดยรู้จักกันในชื่อของ "สารขาว" ซึ่งช่วงที่กระแสความนิยมพุ่งสูงราคายาจะตกอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อกล่อง จากนั้นก็ลดลงเป็นลำดับ โดยขณะนี้ราคาเหลืออยู่ประมาณ 1,200 บาทต่อกล่อง "ส่วนใหญ่คนที่กินยาชนิดนี้จะเป็นเพศที่ 3 ผู้หญิงมีบ้างแต่ไม่มากนัก เท่าที่ทราบก็มีกินกันในหมู่เด็กนักเรียน นักศึกษา พริตตี้ หรือแม้แต่คนวัยทำงานบ้าง สำหรับตู่เองกินยาทำให้ผิวขาวมาได้ 3 สัปดาห์แล้ว โดยยาที่ซื้อมากินจะมี 60 เม็ด กินวันละ 2 เม็ด เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ หลังจากนั้น ก็ลดเหลือกินวันละ 1 เม็ด " ตู่ เล่าอีกว่า ก่อนที่จะซื้อยามากินก็อ่านข้อมูล รายละเอียดของยาชนิดนี้ และไปขอข้อมูลจากบูธที่วางขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ตอนนี้ยังไม่เห็นผล เพราะยาที่กินจะเห็นผลช้า เนื่องจากตัวยามีส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์แรงมากนัก ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน หรืออาจจะน้อยหรือนานกว่านั้นแล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ เธอยังอธิบายให้ฟังอีกว่า จากการศึกษาตามเว็บไซต์และเอกสารต่างๆ พบว่า การแบ่งชนิดของยาที่ทำให้ผิวขาวจะมีทั้งยาสำหรับกินและยาสำหรับฉีด ซึ่งลักษณะของยาฉีดจะมีอานุภาพส่งผลให้ผิวขาวเร็วกว่าการยากิน ยาชนิดที่กินจะแบ่งออกเป็นยาที่กินแล้วทำให้ขาวเฉพาะที่ คือ ยาที่กินแล้วทำให้ขาวเฉพาะหน้าและยาที่กินแล้วทำให้ขาวเฉพาะตัว เมื่อถามว่า ยาที่กินจะส่งผลกระทบข้างเคียงไหม ตู่ บอกว่า "ก็รู้ว่ามีผลข้างเคียง ข้อเสียของการกินยาก็มีเยอะ คือ ทำให้ไตทำงานหนักขึ้น เลือดแข็งตัว เม็ดเลือดทำงานไม่ปกติ แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่ายาทุกชนิดที่เรากิน ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ไข้ ยาแก้ปวดหัว ยารักษาสิว หรืออาหารเสริมชนิดต่างๆ ก็มีผลข้างเคียงทั้งนั้น จึงไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ แต่ก็พยายามหาข้อมูลก่อนกิน และถามผู้ที่เคยกินว่ามีผลหลังจากการกินอย่างไรบ้าง และคิดว่าเมื่อกินหมดกล่องครบทั้ง 60 เม็ดแล้วก็จะซื้อมากินต่อเรื่อยๆ"
"ตู่" นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและอดีตพนักงานเชียร์สินค้า เล่าให้ฟังว่า การกินยาที่ทำให้ผิวขาวมีกระแสมานานแล้ว โดยรู้จักกันในชื่อของ "สารขาว" ซึ่งช่วงที่กระแสความนิยมพุ่งสูงราคายาจะตกอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อกล่อง จากนั้นก็ลดลงเป็นลำดับ โดยขณะนี้ราคาเหลืออยู่ประมาณ 1,200 บาทต่อกล่อง "ส่วนใหญ่คนที่กินยาชนิดนี้จะเป็นเพศที่ 3 ผู้หญิงมีบ้างแต่ไม่มากนัก เท่าที่ทราบก็มีกินกันในหมู่เด็กนักเรียน นักศึกษา พริตตี้ หรือแม้แต่คนวัยทำงานบ้าง สำหรับตู่เองกินยาทำให้ผิวขาวมาได้ 3 สัปดาห์แล้ว โดยยาที่ซื้อมากินจะมี 60 เม็ด กินวันละ 2 เม็ด เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ หลังจากนั้น ก็ลดเหลือกินวันละ 1 เม็ด" ตู่ เล่าอีกว่า ก่อนที่จะซื้อยามากินก็อ่านข้อมูล รายละเอียดของยาชนิดนี้ และไปขอข้อมูลจากบูธที่วางขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ตอนนี้ยังไม่เห็นผล เพราะยาที่กินจะเห็นผลช้า เนื่องจากตัวยามีส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์แรงมากนัก ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน หรืออาจจะน้อยหรือนานกว่านั้นแล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ เธอยังอธิบายให้ฟังอีกว่า จากการศึกษาตามเว็บไซต์และเอกสารต่างๆ พบว่า การแบ่งชนิดของยาที่ทำให้ผิวขาวจะมีทั้งยาสำหรับกินและยาสำหรับฉีด ซึ่งลักษณะของยาฉีดจะมีอานุภาพส่งผลให้ผิวขาวเร็วกว่าการยากิน ยาชนิดที่กินจะแบ่งออกเป็นยาที่กินแล้วทำให้ขาวเฉพาะที่ คือ ยาที่กินแล้วทำให้ขาวเฉพาะหน้าและยาที่กินแล้วทำให้ขาวเฉพาะตัว เมื่อถามว่า ยาที่กินจะส่งผลกระทบข้างเคียงไหม ตู่ บอกว่า "ก็รู้ว่ามีผลข้างเคียง ข้อเสียของการกินยาก็มีเยอะ คือ ทำให้ไตทำงานหนักขึ้น เลือดแข็งตัว เม็ดเลือดทำงานไม่ปกติ แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่ายาทุกชนิดที่เรากิน ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ไข้ ยาแก้ปวดหัว ยารักษาสิว หรืออาหารเสริมชนิดต่างๆ ก็มีผลข้างเคียงทั้งนั้น จึงไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ แต่ก็พยายามหาข้อมูลก่อนกิน และถามผู้ที่เคยกินว่ามีผลหลังจากการกินอย่างไรบ้าง และคิดว่าเมื่อกินหมดกล่องครบทั้ง 60 เม็ดแล้วก็จะซื้อมากินต่อเรื่อยๆ
" ขณะที่ อ๊อฟ นักศึกษาปี 4 และอดีตพริตตี้บอย เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยลองฉีดยาเพื่อให้ผิวขาวขึ้น โดยได้รับคำแนะนำจากเพื่อนสาวประเภทสอง เคยฉีดครั้งแรกตอนอยู่ปี 1 มีการฉีดบ้างหยุดบ้างแล้วแต่เวลาและโอกาส จนกระทั่งอยู่ปี 4 ก็หยุดฉีดแต่หันมากินวิตามินเสริมแทน "ส่วนใหญ่เพื่อนที่ฉีดจะไปซื้อยามาแล้วไปให้คลินิกฉีดให้ แต่ไม่ใช่ทุกคลินิกที่จะฉีดให้ ฉีดครั้งหนึ่งต้องจ่ายค่าเข็ม 40 บาท ยาที่ซื้อมานั้นก็ซื้อมาจากร้านขายยาหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตัวยาจะมีมาจากหลายประเทศ เช่น ไทย อินเดีย เยอรมนี ซึ่งของอินเดียจะมีราคาถูกสุด 70 บาท แพงสุดก็ 200-300 บาท แต่ถ้าเป็นของไทยก็ 100 กว่าบาท โดยตัวยานั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ขวดใน 1 ชุด คือ ขวดที่มีไว้เสริมนมและอีกขวดเป็นตัวยาที่ทำให้ผิวขาว ส่วนตัวแรกๆ ก็ใช้ของอินเดีย แต่หลังๆ ก็หันมาใช้ของไทย และเลือกใช้เฉพาะตัวยาที่ทำให้ผิวขาว" อ๊อฟ บอกอีกว่า สำหรับผลหลังจากการฉีดผิวจะเนียน ละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้านความขาวก็ขาวขึ้นแต่ก็ไม่ชัดนัก แต่ก็จะขาวขึ้นเรื่อยๆ หลังจากฉีดเข็มต่อๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่การฉีดยาชนิดนี้จะนิยมฉีดกันในหมู่สาวประเภทสอง พริตตี้ เพราะบุคคลเหล่านี้ต้องมีการโชว์หน้า โชว์ตัวอยู่ตลอด ดังนั้น จึงต้องเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองดูดีขึ้น และจะฉีดกันมากในช่วงที่มีการประกวดต่างๆ เช่น การประกวดมิสทีฟฟานี่ หรือเวทีการประกวดต่างๆ "เรื่องผลข้างเคียงของการฉีดยานั้น ตนคิดว่า มีผลน้อยกว่าการกินยา เพราะการกินยากว่าจะเห็นผลต้องกินเป็นเวลานาน และกินในปริมาณที่มาก ดังนั้น จึงทำให้มีสารสะสมเยอะตามไปด้วย แต่การฉีดถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็ไม่มีผลอะไร" อ๊อฟ กล่าว
ด้าน รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สารกลูตาไธโอน (Glutathione) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า "สารขาว" เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายที่มีกำลังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซี หรือวิตามินอี สารชนิดนี้เป็นสารที่ยับยั้งการทำงานของเม็ดสี ทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยน เม็ดสีที่อยู่ที่ผิวหนังมี 2 ชนิด ได้แก่ยูเมลานิน เป็นเม็ดสีหลักสำหรับคนเอเชีย หรือ นิโกร มีลักษณะผิวเป็นสีน้ำตาล ดำ และฟีโอเมลานิน จะเป็นเม็ดสีหลักสำหรับผิวฝรั่ง มีลักษณะผิวสีแดง ผมสีบลอนด์ ซึ่งการกินยาหรือฉีดสารกลูตาไธโอน เพื่อต้องการเปลี่ยนเม็ดสียูเมลานินให้เป็นเม็ดสีฟีโอเมลานิน ทั้งนี้ นอกจากใช้การฉีดแล้ว ยังมีในรูปแบบของอาหารเสริมอีกด้วย แต่มีสารกลูตาไธโอนอยู่ในปริมาณน้อย จึงทำให้ไม่ค่อยได้ผลหรือได้ผลน้อย ซึ่งทำให้ไม่มีผลข้างเคียงมากนัก สำหรับการฉีดเข้าเส้น เพื่อให้ผิวขาวก็เป็นการทำที่ไม่ถาวรเป็นเพียงเปลี่ยนการสร้างเม็ดสีเท่า นั้น และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ ยังมีสารอีกหลายชนิดที่ทำให้ผิวขาวได้ เช่น ไฮโดรควิโนน เป็นยารักษาฝ้า และเป็นยาอันตรายอีกชนิดหนึ่ง เมื่อใช้แล้วทำให้ผิวหน้าดำได้ "ส่วนใหญ่จะมีการนำสารกลูตาไธโอนมาใช้ในคลินิก ซึ่งเป็นอันตราย ถ้าฉีดแล้วทำให้เกิดอาการแพ้ หรือถ้ารุนแรงกว่านั้น ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยัน และไม่มีการทำการศึกษาและทำการวิจัยอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่มีการรับรองการใช้ยากลูตาไธโอน ไม่มีการสนับสนุนทางการแพทย์ เป็นเพียงการรายงานการวิจัยที่ไม่ได้มีการศึกษาเปรียบเทียบ" รศ.นพ.นภดล ให้แง่คิดทิ้งท้ายว่า ขอวิงวอนให้แพทย์คำนึงถึงผลข้างเคียงและอันตรายที่จะเกิดกับผู้ป่วยด้วย และสำหรับผู้ป่วยเองนอกจากจะไม่เกิดผลดีต่อร่างกายแล้ว ยังต้องเสียเงินโดยใช่เหตุ การมีผิวคล้ำใช่ว่าจะมีผลเสียเสมอไป แต่กลับมีผลดีด้วยซ้ำ เพราะสามารถป้องกันแสงยูวีได้ ที่สำคัญคนผิวคล้ำเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าคนผิวขาว

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผลไม้ล้างพิษ(Fruit)

*''Fruit''*




ผลไม้ล้างพิษ



แอปเปิ้ล : เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเปกตินในแอปเปิ้ลจะช่วยนำสารพิษไปกำจัดทิ้ง ทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า แอปเปิ้ลยังมีเส้นใยมากจะทำหน้าที่เป็นไม้กวาด ทำความสะอาดลำไส้ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น กระตุ้นน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีวิตามินและเกลือแร่ และยังเหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักอีกด้วยค่ะองุ่น : เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนำไปใช้ได้ง่าย เกลือแร่อุดม ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกายสับปะรด : มีเอนไซม์โปรเมลินสูง เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะ และช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เชื่อกันว่าสับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอ ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อและช่วยกำจัดน้ำมูกมะละกอ มะม่วง แตงโม : มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่มะม่วงมีสารสำคัญน้อยกว่ามะละกอเล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับน้ำย่อยเปปซินในกระเพาะอาหาร ดังนั้นมันจึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับโปรเมลิน ทั้งมะละกอและมะม่วงดีสำหรับทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร เชื่อกันว่ามะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย

แตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ช่วยฟอกล้างร่างกายได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันเลือดสูง ทำให้สบายท้อง น้ำคั้นจากเปลือกของแตงโมและเมล็ด หากดื่มก่อนกินเนื้อแตงโมในมื้ออาหารสักครึ่งชั่วโมง จะทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเปลือกของแตงโมอุดมด้วยคลอโรฟิลล์และเมล็ดอุดมด้วยวิตามิน